ANA ย่อมาจาก Agent-Native Agent นิยามสั้นๆ ของมันคือ แอปที่เราใช้งานด้วยการดูและคุย แทนการคลิกตามเมนูที่ตายตัว
แก้ปัญหาอะไร
เครื่องมือทุกวันนี้บังคับให้เราเลือกระหว่าง "ใช้" กับ "สร้าง" SaaS ใช้ง่ายแต่ปรับไม่ได้ตามใจ ส่วน coding agent ปรับอะไรก็ได้ แต่ต้องปรับตอน build แล้ว ship ก่อนถึงจะได้ใช้ ANA ลบเส้นแบ่งนี้ทิ้ง อยากได้พฤติกรรมใหม่ก็แค่พูดในแชท agent เสนอความเปลี่ยนแปลงมา เรากดอนุมัติ แอปที่กำลังรันอยู่ก็เปลี่ยนทันที การใช้กับการสร้างจึงกลายเป็นเรื่องเดียวกัน
ใช้ทำอะไรได้บ้าง
ANA ตัวแรกที่สร้างขึ้นเพื่อพิสูจน์แนวคิดคือกระดานงานครบชุด ประกอบด้วยโน้ต งานที่ต้องทำ และปฏิทิน ซึ่งโยงถึงกันด้วย relation graph ตัวอย่างการใช้งานจริง เช่น จดโน้ตสั้นๆ แล้วให้ agent แตกออกเป็นงานย่อยให้ พิมพ์งานเป็นภาษาไทยอย่าง "เรียนภาษาอังกฤษทุกพฤหัสห้าโมงเย็น" แล้วระบบแยกวันเวลาและความถี่ให้เอง งานที่เกิดซ้ำพอทำรอบนี้เสร็จ รอบหน้าก็ถูกสร้างให้อัตโนมัติพร้อมความเชื่อมโยงว่าเกิดจากรอบไหน ส่วนนัดหมายในปฏิทินก็โยงกับงานที่ต้องเตรียมตัวก่อนถึงวันนัด
ANA เหมาะกับคนที่เบื่อวงจรแก้ requirement ส่ง dev แล้วรอ release แต่อยากได้เครื่องมือที่ปรับตามงานของตัวเองได้ทุกวัน โดยยังเป็นเจ้าของโค้ดทั้งหมดแบบ self-host ไม่มีค่าเช่า ไม่มี vendor lock-in
สามหลักการที่ยึดไว้
- Watch + Converse ภาพสถานะกับบทสนทนาอยู่ในจอเดียว สั่งงานด้วยการมองและพูด
- Agent as Runtime agent อ่านข้อมูลจริง ลงมือทำ และเขียนโค้ดของแอปตัวเองใหม่เมื่อถูกขอ
- Own Your Harness runtime เป็นไฟล์เดียว ไม่มี dependency ภายนอก เป็นของเราตลอดไป
บทความต่อไปจะเจาะกลไกข้างใน ว่าข้อความในแชทเดินทางไปถึง agent แล้วกลับมาเป็นแอปที่เปลี่ยนไปได้อย่างไร